0
หนุ่มไปเที่ยวภูกระดึง เกิดตกหลุมรักสาวที่ไปเจอกันที่นั่น ประกาศโพสต์ตามหาหวังสร้างต่อความสัมพันธ์

       หนุ่มไปเที่ยวภูกระดึง ในช่วงเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงของการเริ่มต้นฤดูหนาวแบบนี้หลายคนนั้นเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นภูเขาโดยส่วนใหญ่นั้นก็มักจะไปกางเต็นท์นอนไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวเขาใหญ่หรือไปเที่ยวภูกระดึงหรือไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติต่างๆซึ่งในประเทศไทยนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแนวภูเขาหรืออุทยานแห่งชาตินั้นมีมากมายเยอะแยะเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นทางเขตของภาคเหนือทั้งภาคอีสานหรือแม้แต่ทางภาคใต้ก็มี

    อย่างไรก็ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นภูเขาที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นส่วนหนึ่งก็คือที่จังหวัดเลยซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติโดยที่นี่นั้นเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักจะปีนขึ้นไปเพื่อชมความสวยงามวิวทิวทัศน์ด้านบนโดยที่นี่ถูกเรียกขนานนามว่าภูกระดึงซึ่งมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานโดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ไปเที่ยวภูกระดึงนั้นมักจะพากันไปในหมู่ของเพื่อนฝูงส่วนคู่รักนั้นมักจะไม่ค่อยไปร่วมกันมากนัก

        เพราะมีคำพูดเกี่ยวกับเรื่องของการไปเที่ยวภูกระดึงว่าถ้าหากว่าคู่รักไปเที่ยวด้วยกันส่วนใหญ่แล้วมักจะเลิกกันแต่ถ้าหากว่าเพื่อนไปเที่ยวกันเอ็งนั้นก็จะทำให้เกิดความรักความสามัคคีในหมู่เพื่อนฝูงหรือบางคนอาจจะไปพบรักที่ภูกระดึงก็เป็นไปได้อย่างไรก็ตามเรื่องรีไม่ได้เกินจริงจากที่มีการเล่าลือกันมากนัก

         ล่าสุดมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินทางไปเที่ยวภูกระดึงกับเพื่อนๆและระหว่างที่เขาเดินไปเพื่อชมวิวทิวทัศน์ในช่วงของพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าก็ไปเจอกับหญิงสาวคนนึงที่มากับคณะเพื่อนของเธอซึ่งทั้งคู่นั้นก็ได้มีการพูดคุยชักชวนกันไปเพื่อไปยังจุดชมวิวถึงแม้จะเป็นการพูดคุยกันแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆและไม่ได้พูดคุยเชิงชู้สาวกันมากนักแต่ก็สร้างความประทับใจให้กับหนุ่มรายนี้เป็นอย่างมากจนถึงขนาดที่ว่าแอบถ่ายรูปหญิงสาวในช่วงที่หญิงสาวเดินนำหน้าอยู่ซึ่งเป็นภาพด้านหลังของเธอ

           หลังจากกลับมาจากภูกระดึงแล้วเขายังคงคิดถึงหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่เสมอจนต้องนำภาพดังกล่าวมาโพสต์ลงโซเชียลมีเดียของตนเองและฝากให้คนในโลกออนไลน์ช่วยกันแชร์ได้ติดตามหาหญิงสาวคนดังกล่าวเพราะต้องการสานสัมพันธ์ดังจากว่าเขาตกหลุมรักเธอเข้าแล้วอย่างไรก็ตามใช้ระยะเวลาไม่นานหญิงสาวคนดังกล่าวก็มีการติดต่อกลับมาแต่เธอระบุว่าตัวเธอนั้นไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มซึ่งยืนอยู่ข้างๆเธอนั่นเองซึ่งเธอก็รู้สึกขอบคุณที่ใช้หนุ่มตามหาเธอแต่เธอขอรับได้ไว้เพียงแค่ความเป็นเพื่อนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น 

 

สนับสนุนโดย.    aecasino

0
ธปท.สั่งตรวจสอบธนาคารบังคับพนักงานขายประกัน สั่งปรับแล้ว 2 ธนาคาร  

   กรณีที่หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานของธนาคารแห่งหนึ่งได้ออกมาโพสต์ ผ่านทาง Socia ถึงสาเหตุที่เธอนั้นตอ้งลาออกจากงาน    ธปท.สั่งตรวจสอบธนาคารบังคับ   โดยมีการชี้แจงเหตุผลว่า ทนทำงานต่อไปไม่ไหว เพราะธนาคารมีการบังคับให้พนักงานขายประกัน และเมื่อขายไม่ได้ ก็ต้องเอาเงินตัวเองซื้อประกันเอง ทำให้เงินเดือนไม่พอใจและเกิดภาวะความเครียดอย่างหนัก เพราะเมื่อตนเองซื้อประกันแล้ว เดือนต่อไปก็ต้องมาเครียดหาคนซื้อประกันอีก และหาคนซื้อยากมาก เพราะตอนนี้ใครใครก็ต้องการประหยัดเงิน 

   อย่างไรก็ตามหญิงสาวคนดังกล่าวยังระบุด้วยว่าอยากให้ ธปท. เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้เพราะเป็นการทำงานที่กดดันมากเกินไป และหากยังเป็นอยู่แบบนี้จะต้องมีพนักงานอีกหลายคนทยอยลาออกเรื่อยเรื่อยอย่างแน่นอน ซึ่งเธอยังมีการระบุเพิ่มเติมด้วยว่าไม่ใช่ธนาคารที่เธอทำงานเพียงแค่ธนาคารเดียวเท่านั้นที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะการบังคับให้พนักงานขายประกันนั้นตอนนี้เป็นกันทุกธนาคารเลยทีเดียว 

        หลังจากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ไม่ว่าจะเป็นพนักงานของธนาคารเอง หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไปต่างก็เข้ามาคอมเม้นต์ในโพสต์นี้กันเป็นจำนวนมาก เพราะทุกคนมีประสบการณ์ที่พนักงานธนาคารมักจะชวนให้ซื้อประกันอยู่เสมอ จนบางคนกลัวการไปทำธุรกรรมที่เหน้าเคาเตอร์กันเลยทีเดียว 

      สำหรับเรื่องนี้หลังจากที่เป็นข่าวโด่งดังก็ทำให้ ธปท. ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ได้ว่า  เกี่ยวกับเรื่องของการขายประกันของทางธนาคารนั้น ได้มีการอนุญาตให้มีการขายประกันอยู่แล้วแต่ก็มีการพูดคุยกับทางธนาคารว่าให้เป็นการให้บริการเสริมจากทางธนาคารเท่านั้นเป็นการยกระดับการให้บริการให้ลูกค้าพึงพอใจไม่เน้นในเรื่องของการขายประกันและที่สำคัญจะต้องไม่มีการบังคับยอดการขายประกันมาบังคับมีผลต่อ KPI ของพนักงานทุกคน   

     โดยธนาคารทุกธนาคารรับทราบเงื่อนไขต่างๆเหล่านี้เป็นอย่างดีอย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการเข้าไปพูดคุยกับจำนวน 2 ธนาคารที่มีการดำเนินการบังคับให้พนักงาน  กริลแอร์   มีการขายประกันและได้มีการสั่งปรับทั้ง 2 ธนาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนข้อมูลเหล่านี้ถ้าหากเป็นธนาคารอื่นๆจะมีการส่งเรื่องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมทั้งจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ต่อไป

      อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องของการขายประกันการบังคับพนักงานให้ขายประกันนั้นได้มีการรับเรื่องการร้องเรียนมาตั้งแต่ช่วงประมาณปี 2561 แล้วและก็เข้ามาควบคุมดูแลคุมเข้มพร้อมทั้งพูดคุยกับผู้บริหารของธนาคารว่าไม่ให้กดดันพนักงานมากจนเกินไป

และไม่ให้ถือเอาการประกันเป็นจุดขายของทางธนาคารเพราะธนาคารควรจะรับผิดชอบบริการลูกค้าเกี่ยวกับเรื่องของทางการเงินเป็นหลักซึ่งธนาคารทั้งหลายเองก็รับปาก ดังนั้นในเรื่องข่าวลือในตอนนี้นั้นทางธนาคารแห่งประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบก่อนการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง 

0
อยากกินหม้อไฟปูยักษ์ ลงทุนจ่ายไปเป็นหมื่น แต่สุดท้ายเจอภาพสุดสะพรึ่งจนกินไม่ลง 

     อยากกินหม้อไฟปูยักษ์ ที่ประเทศไต้หวัน เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ร้านอาหารส่วนใหญ่จะมีเมนูพิเศษออกมาเรียกลูกค้า ซึ่งเมนูดังกล่าวนั้นก็คือ หม้อไฟปูยักษ์นั่นเอง  สำหรับเมนูนี้ไม่ใช่เพียงแค่คนไต้หวันเท่านั้น ทื่ชื่นชอบ เพราะนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวที่ไต้หวันต่างก็ชอบเมนูนี้กันเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นเมนูขึ้นชื่อในช่วงหน้าหนาวของประเทศไต้หวันเลยก็ว่าได้ 

         อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 17 เดือนมกราคมปีพศ. 2565 เว็บไซต์ของต่างประเทศได้มีการเปิดเผยเรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเคยเป็นชาวไต้หวันได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทาง Social Media ส่วนตัวโดยระบุว่าเธอนั้นได้เดินทางไปร้านอาหารแห่งหนึ่งพร้อมกับสามีของเธอซึ่งร้านอาหารดังกล่าวนั้นจึงภัตตาคารระดับ hi end เลยทีเดียวโดยเธอและสามีของเธอนั้นตั้งใจว่าจะพาไปกินหม้อไฟปูยักษ์เนื่องจากว่าเธออยากกินเป็นอย่างมาก

      หลังจากที่มีการสั่งอาหารไปแล้วเธอก็เฝ้ารอที่จะกินหม้อไฟจากธนาคารดังกล่าวซึ่งเธอได้เลือกแล้วว่าเป็นพนักงานที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของการทำอาหารประเภทปูยักษ์ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากเรื่องของปูยักษ์ที่มีความสดใหม่โดยหญิงสาวรายนี้พร้อมกับสามียินดีที่จะเสียเงินเป็นจำนวนถึง 1 หมื่นดอลลาร์ไต้หวันเพื่อรับประทานอาหารรสเลิศในครั้งนี้

       อย่างไรก็ตามหญิงสาวรายนี้ได้มีการโพสต์ภาพปูยักษ์ที่เธอสั่งมา พร้อมกับมีการเขียนแค็ปชั่นด้วยว่า เธอต้องสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนถึง 10000 ดอลลาร์ไต้หวันกับปูที่เธอไม่สามารถกินได้โดยในภาพนั้นจะเห็นได้ว่าเนื้อปูที่เธอนำมาโพสต์ลงในโซเชียลนั้นมีลักษณะของจุดดำๆติดเต็มไปหมด

ซึ่งในข้อความเธอยังถามคนในโซเชียลเรียกว่าจุดดำๆที่เคยเห็นนี้ใช่ไข่พยาธิหรือไม่เพราะตัวเธอเองนั้นมีความสงสัยว่ามันจะเป็นไข่พยาธิและเธอไม่กล้าที่จะกินมันอย่างไรก็ตามสามีของเธอนั้นแนะนำให้เธอกินแต่เธอนั้นไม่สามารถที่จะกลืนได้เธอจึงให้สามีของเธอกินคนเดียวแต่ท้ายที่สุดแล้วสามีของเธอก็ตัดสินใจไม่กินเหมือนกันเพราะไม่สามารถที่จะกลืนได้หลังจากที่เห็นจุดดำๆเหล่านี้นั่นเอง

        หลังจากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยในโลกออนไลน์หลายคนก็แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากว่าทางร้านอาหารควรจะมีการจัดการปูยักษ์ให้ดีกว่านี้ไม่ควรที่จะปล่อยให้เห็นจุดดำซึ่งสร้างผลทำให้ลูกค้านั้นเกิดอาการไม่กล้ากินในขณะที่มีชาวเน็ตบางคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าจุดดำๆที่เห็นที่มีการโพสต์นั้นไม่ใช่ไข่พยาธิแต่มันคือปรสิตชนิดหนึ่งซึ่งมักที่จะเกาะตามเนื้อปูอยู่แล้วแต่โดยปกติร้านอาหารส่วนใหญ่จะมีการล้างทำความสะอาดออกเพื่อไม่ให้ลูกค้าที่สั่งซื้อปูยักษ์ไปกินนั้นสูญเสียอรรถรสในการกิน 

 

สนับสนุนโดย.    aesexy

0
บ่อเก๋ง จังหวัดสงขลา และสุสาน เจ.วี.  ลาร์เซน 

      บ่อเก๋ง จังหวัดสงขลา สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาไปรู้จักกันในครั้งนี้ของจังหวัดสงขลานั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แนวโบราณสถานซึ่งจะมีการแนะนำอยู่ด้วยกัน 2 สถานที่

  สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกนั้นมีชื่อว่า  บ่อเก๋ง  ที่นี่คือป้อมปราการที่สร้างขึ้นมาสำหรับเอาไว้รักษาด้านหน้าของเมืองสงขลาแหลมสนโดยสถานที่แห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาในช่วงตั้งแต่ปลายปลายสมัยพุทธศตวรรษที่ 24 แล้วและปัจจุบันนี้สถานที่แห่งนี้นั้นถูกใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมซากโบราณสถานที่ยังคงหลงเหลือเอาไว้ซึ่งปัจจุบันก็จะมีซุ้มประตูที่ยังค่อนข้างสมบูรณ์ส่วนบริเวณอื่นๆนั้นก็จะเป็นเพียงแค่ซากปรักหักพังเท่านั้น

     อย่างไรก็ตามที่นี่นั้นจะประกอบไปด้วยแนวกำแพงที่สร้างขึ้นมาซึ่งภายในนั้นจะมีทั้งซุ้มประตูมีทั้งศาลาที่พักแล้วก็บ่อน้ำส่วนสาเหตุที่ทำไมสถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า  บ่อเก๋ง  นั้นก็มาจากลักษณะของตัวอาคารซึ่งสร้างอยู่หลังกำแพงนั้นด้านหลังคานั้นมีลักษณะของรูปทรงคล้ายกับเก๋งจีนจึงทำให้ชาวเมืองนั้นต่างก็พากันเรียกที่นี่ว่า บ่อเก๋ง  นั่นเอง

อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้นั้นไม่ได้มีการถูกนำมาใช้งานนานแล้วจึงเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างที่จะรกร้างแต่ก็ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวจังหวัดสงขลาที่น่าแวะไปเยี่ยมชมอีกแห่งหนึ่งนั่นเอง

     สำหรับโบราณสถานอีกแห่งหนึ่งที่น่าแวะไปเที่ยวนั่นก็คือสุสาน เจ.วี.  ลาร์เซน โดยที่นี่นั่นคือหลุมศพของ  เจ.วี.  ลาร์เซน ซึ่งเขาคือผู้ชายชาวเดนมาร์กที่เดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยในช่วงสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีส่วนสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างเมืองต่างๆในเรื่องของการออกแบบเนื่องจากว่าชายคนนี้เขาเป็นหัวหน้าช่างวิศวกรอย่างไรก็ตามเขาเมื่อเสียชีวิตในประเทศไทยในช่วงอายุของเขาได้ 34 ปีซึ่งตรงกับช่วงประมาณปีค.ศ 1909 ซึ่งทำให้มีการฝังศพเขาเอาไว้ที่บริเวณสุสานแห่งนี้และก็มีการบันทึกเป็นชื่อของเขาเอาไว้

      ดังนั้นเขาจึงเป็นอีกหนึ่งคนที่อยู่ในประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวหลายคนนั้นเดินทางมาเยี่ยมชมว่าในสมัยโบราณนั้นมีการสร้างสุสานของชาวต่างชาติกันอย่างไรซึ่งเราจะสามารถศึกษาข้อมูลจากตรงนี้ได้จากสุสาน  เจ.วี.  ลาร์เซน แห่งนี้นั่นเอง 

      อย่างไรก็ตามในจังหวัดสงขลานั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆมากมายที่นอกเหนือจากโบราณสถาน  ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งในจังหวัดสงขลานั้นก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างมากนอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณสถานแล้วก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางด้านศาสนาและแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่น่าสนใจที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด 

     

สนับสนุนโดย.    หวยดี

0
แหล่งช้อปปิ้งของแบรนด์เนมในประเทศมาเลเซีย 

      สำหรับแหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนมส่วนใหญ่นั้นจะอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าซึ่งในครั้งนี้เราจะมาแนะนำห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่ในประเทศมาเลเซียและเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่

      สำหรับที่แรกนั้นก็คือ ซูเรีย เคแอล ซีซี   ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้งของแบรนด์เนมหรูหรามากมายไม่ว่าจะเป็น Lancome หรือมาร์คแอนด์สเปนเซอร์  รวมถึง หลุยวิคตอง และ Laneige เป็นต้น  ซึ่งที่นี่นับว่าเป็นห้างดังและเป็นห้างใหญ่ของกรุงกัวลาลัมเปอร์เลยก็ว่าได้และห้างแห่งนี้นั้นยังอยู่ด้านล่างของตึกแฝดปิโตรนาสดังนั้นหากนักท่องเที่ยวคนไหนเดินทางมาเที่ยวที่ตึกแฝดปิโตรนาสเราเราก็สามารถแวะช้อปปิ้งที่แห่งนี้ได้เลย

         สำหรับแหล่งช้อปปิ้งแหล่งที่ 2 นั้นก็คือ pavilion กัวลาลัมเปอร์  ซึ่งแห่งนี้นับได้ว่าเป็นห้างที่มีความหรูหราและมีการนำสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาขายเป็นจำนวนมากโดยสินค้าดำเนินส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาขายนั้นจะเป็นสินค้าสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นพวกเสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋าหรือแม้แค่เครื่องสำอางก็ตาม

            ซึ่งมาที่นี่นั้นรับรองได้เลยว่าจะมีของให้คุณได้ช้อปปิ้งเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดที่สำคัญหากใครอยากจะมาเสริมสวยก็มีโซนสำหรับให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเสริมสวยและยังมีร้านอาหารอร่อยๆอีกมากมายอีกด้วย 

       นอกจากนี้ห่างออกไปจากกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์นั้นยังมีห้างขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า มิด วัลเลย์ เมก้ามอล  ซึ่งทางนี้บอกได้เลยว่าเป็น 5 ที่มีชื่อเสียงดังมากและเป็นห้างที่ใหญ่อันดับต้นๆของประเทศเลยก็ว่าได้และสินค้าที่มาขายที่ห้างแห่งนี้นั้นจะมีมากมายหลายประเภทและมากมายหลายราคาซึ่งสินค้าที่ขายห้างนี้นั้นไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงเพศชายเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถมาหาซื้อได้ที่นี่และราคาก็ไม่ได้สูงมากนักที่สำคัญถ้าหากไปช้อปปิ้งกันเหนื่อยแล้วก็มีเก้าอี้ให้พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย

         และอีกหนึ่งแหล่งช้อปปิ้งที่น่าสนใจก็คืออุตตมะช้อปปิ้งเซ็นทรัล  ปีนี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ช้อปปิ้งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากทีเดียวด้วยความใหญ่โตของห้างสรรพสินค้าที่มีการตกแต่งไว้อย่างร่มรื่นเหมือนกับว่าเรากำลังมาช้อปปิ้งอยู่กลางป่าเลยก็ว่าได้

         และเป็นค่าที่ถูกนำมาวางขายเป็นสินค้าช้อปปิ้งของห้างแห่งนี้คงหนีไม่พ้นพวกสินค้าแบรนด์เนมดังๆนั่นเองและที่สำคัญที่สุดที่นี่มีศูนย์อาหารที่ใหญ่ที่สุดในกรุงกัวลาลัมเปอร์เลยก็ว่าได้ที่สำคัญรสชาติอาหารนั้นอร่อยมากๆหากนักท่องเที่ยวคนไหนได้เดินทางไปเที่ยวเราต้องลองอาหารจากที่นี่รับรองติดใจ อย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.    3 ตัว บาทละ 1000

0
Westfield London mall ห้างที่ใหญ่ที่สุดในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ 

           สำหรับขาช้อปทั้งหลายแล้วเชื่อว่าถ้าหากได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆสิ่งที่พลาดไม่ได้ก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศของตนเองได้ก็คือการช้อปปิ้งนั่นเองซึ่งในครั้งนี้เราจะแนะนำสถานที่ช้อปปิ้งในประเทศอังกฤษซึ่งอยู่ในกรุงลอนดอนและเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในกรุงลอนดอนเลยก็ว่าได้นั่นก็คือ Westfield London mall  

         สำหรับห้างแห่งนี้อยู่ในย่านไวซ์ซิตีซึ่งทางแห่งนี้นั้นถือได้ว่าเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในกรุงลอนดอนและมีคนเป็นจำนวนมากที่พากันเดินทางมาช้อปปิ้งที่ห้างแห่งนี้ขนาดความใหญ่โตของห้างนั้นว่ากันว่าเทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 30 สนามรวมกันเลยทีเดียว

ซึ่งเมื่อวัดขนาดพื้นที่ของห้างแห่งนี้แล้วมีขนาดพื้นที่กว้างถึง 150,000 ตารางเมตร  ดังนั้นต้องบอกเลยว่าต่อให้คุณเป็นนักช็อปชอบเก่งมากแค่ไหนคุณก็ไม่สามารถเดินทั่วทั้งห้างภายใน 2-3 วันได้อย่างแน่นอน    สำหรับ Westfield London mall  แห่งนี้เปิดให้บริการลูกค้าตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 เดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2008

          ภายในห้างแห่งนี้คุณจะสามารถช้อปปิ้งกับสินค้าแบรนด์เนมที่ถูกนำมาวางขายภายในห้างมากกว่า 255 ร้านด้วยกันซึ่งสินค้าแบรนด์เนมนั้นก็จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกยกตัวอย่างเช่นแบรนด์ Zara หรือแม้แต่แบรนด์ Mango หรือถ้าหากใครอยากจะซื้อสินค้าประเภทไอทีก็มีช็อปของทาง Apple เปิดให้บริการที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีร้านเสื้อผ้าและร้านของเล่นของสำหรับเด็กอีกมากมายซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถช้อปปิ้งของเล่นได้อย่างเพลิดเพลินไม่ว่าจะเป็นเลโก้หรือ Disney store เป็นต้นในขณะเดียวกันก็มีร้านเครื่องดื่มคอยให้บริการนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นสตาร์บัคหรือร้าน Coffee แบรนด์อื่นๆอีกมากมายเต็มไปหมด

         สำหรับการจัดการภายในห้างแห่งนี้นั้นจะมีการแบ่งออกเป็นโซนต่างๆซึ่งจะมีโซนสำหรับสินค้าแบรนด์เนมที่เป็นพวก hi-end และเป็นโซนเครื่องดื่มนอกจากนี้ยังเป็นโซนของเล่นรวมถึงโซนร้านอาหาร

ซึ่งอาหารที่อยู่ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้นั้นจะมีทั้งร้านอาหารอิตาเลี่ยนรวมถึงร้านอาหารที่ขายอาหารมังสวิรัติและร้านอาหารที่ขายอาหารนานาชาติและถ้าหากใครอยากกินอาหารไทยเมื่อคุณมาประเทศอังกฤษก็สามารถมาทานอาหารไทยได้ที่ห้างสรรพสินค้าWestfield London mall  แห่งนี้ได้เช่นเดียวกัน 

          อย่างไรก็ตามหากนักท่องเที่ยวคนไหนอยากจะ Shopping เสร็จแล้วจะดูหนังก็สามารถที่จะเข้าไปชมในโซนของที่เป็นโรงภาพยนตร์ได้โดยที่นี่สามารถบรรจุคนในการเข้าไปชมภาพยนตร์ได้ถึง 30 ที่นั่งในขณะเดีย

วกันภายในโรงภาพยนตร์นั้นก็จะมีจอเป็นแบบ 3 มิติคอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วยเรียกได้ว่ามาเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้คุณจะเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบและบริการอย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.    agplus

0
แนะนำแหล่งช็อปปิ้งที่ประเทศอังกฤษ  Covent gargen market  

          สำหรับสถานที่ช็อปปิ้งที่จะพาไปรู้จักและอยากให้ลองไปเที่ยวกัน. แหล่งช็อปปิ้งที่ประเทศอังกฤษ ในครั้งนี้เป็นตลาดแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ  โดยตลาดแห่งนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า  Covent gargen market   แต่สำหรับคนอังกฤษแล้วต่างก็พากันเรียกตลาดแห่งนี้ว่า Apple market  นั่นเอง ที่ตลาดแห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงแหล่งช้อปปิ้งอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังเป็นแหล่งที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินไปตามท้องถนน

เพื่อหาของกินเล่นและยังเป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นชิวๆพักผ่อนสบายๆ

ซึ่งตลาดแห่งนี้นั้นเป็นแหล่งเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวมากมายภายในกรุงลอนดอนและยังเชื่อมต่อไปยังแหล่งช้อปปิ้งและอื่นๆอีกด้วยสำหรับตลาดที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้อยู่ในย่าน West End  ของเมือง westminster   ว่ากันว่าตลาดแห่งนี้นั้นมีอายุเก่าแก่มากกว่า 300 ปีมาแล้วเป็นตลาดที่อยู่คู่กับเมือง  westminster มาอย่างยาวนาน

       สำหรับจุดเริ่มต้นของตลาดแห่งนี้ว่ากันว่าแต่เดิมนั้นตลาดแห่งนี้เป็นตลาดเล็กๆเพียงเท่านั้นและที่นี่มีการนำ Apple มาวางขายโดยคนแรกที่นำแอปเปิ้ลมาวางขายก็คือบาทหลวงท่านหนึ่งซึ่งเป็นบาทหลวงที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้นั่นเองหลังจากนั้นผู้คนก็เริ่มเรียกตลาดแห่งนี้ว่าตลาด Apple

เมื่อได้รับความสนใจจากชาวเมืองตลาดแห่งนี้ก็ขยายเติบโตขึ้นเรื่อยๆจากการที่ขายแอปเปิ้ลเพียงอย่างเดียวผู้คนก็เริ่มนำผลไม้ชนิดอื่นมาวางขายหลังจากนั้นก็เริ่มนำเอาผักมาวางขายจนตลาดแห่งนี้ขยายและเติบโตขึ้นเรื่อยๆเป็นที่รู้จักมากขึ้นนั่นเอง

     ปัจจุบัน   Apple market เป็นตลาดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเป็นตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องของการขายผลไม้สดและผักสดอย่างมากหลังจากที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศอังกฤษได้แวะมาเยี่ยมชมตลาดแห่งนี้และได้มีการซื้อผักและผลไม้กลับไปก็ทำให้ที่นี่ได้รับการบูรณะปรับปรุงต่อเติมกลายเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่โดยมีการสร้างกระจกครอบตลาดเอาไว้ 

        เพื่อที่นักท่องเที่ยวเวลาช้อปปิ้งจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลใจว่าฝนจะตกหรือแดดจะออกรวมถึงยังสร้างความสวยงามให้ตลาดแห่งนี้กลายเป็นจุดเช็คอินอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยว

เมื่อเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศอังกฤษต้องแวะเวียนมาเช็คอินที่ตลาดแห่งนี้กันเลยทีเดียวเนื่องจากว่าตลาดแห่งนี้นั้นมีการออกแบบด้วยศิลปะร่วมสมัยที่มีความงดงามและเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่สำคัญตลาดแห่งนี้นอกจากจะขายผักและผลไม้แล้วยังมีสินค้าอื่นๆนำมาวางขายเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นงาน Handmade หรืองานศิลปะด้านอาร์ตรวมถึงถ้าหากใครชื่นชอบสินค้ามือสองก็สามารถแวะมาซื้อสินค้าที่ตลาดแห่งนี้ได้

            ปัจจุบัน Apple market กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกเนื่องจากว่าเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่นี่ก็จะมีการเช็คอินและอัพรูปลง Facebook ทำให้มีการเผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกและเป็นสถานที่ที่อีกหนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศอังกฤษจะไม่พลาดมาเช็คอินกันนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  สูตร ยี่กีเข้าทุกรอบ

0
ตลาดกลางคืน แหล่งช้อปปิ้งอาหารและขนม ที่ไต้หวัน 

         สำหรับวันนี้เราจะพาไปแนะนำแหล่งช้อปปิ้งที่ไต้หวันแผ่นแหล่งช้อปปิ้งในช่วงเวลากลางคืนหรือที่เราเรียกกันว่า Night market นั่นเอง  แหล่งช้อปปิ้งอาหารและขนม  โดยที่ประเทศไต้หวันนั้น  มีตลาดกลางคืนมากกว่า 10 แห่งด้วยซ้ำไปซึ่งแต่ละที่นั้นก็เป็นสถานที่ฮิตๆที่มีทั้งคนจากต่างประเทศที่เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไต้หวันพากันไปช้อปปิ้งและยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งของคนไต้หวันเองอีกด้วย

         ตลาดแรกที่จะพาไปรู้จักนั่นก็คือ  ตลาดกลางคืนเหราเหอ  ซึ่งตลาดแห่งนี้จะอยู่ที่เมืองไทเปและยังเป็นตลาดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดไนท์มาเก็ตที่เก่าแก่ที่สุดของไทเปเลยก็ว่าได้  โดยลักษณะของตลาดแห่งนี้นั้นจะมีบรรยากาศเหมือนกับตลาดของไต้หวันในสมัยโบราณคือไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยตลาดแห่งนี้ถ้านักท่องเที่ยวจะไปช้อปปิ้งนั้นจะต้องเดินไปตรงบริเวณถนนเหราเหอ   โดยตลาดแห่งนี้นั้นจะเป็นตลาดให้นักท่องเที่ยวได้ Shopping พวกขนมและอาหารจะเป็นส่วนใหญ่ซึ่งจะถูกตั้งแผงลอยขายเอาไว้ต่อสองข้างทางนั่นเอง

           ส่วนตลาดที่ 2 ซึ่งเป็นตลาดที่เน้นให้นักท่องเที่ยวไปช้อปปิ้งอาหารและขนมเช่นเดียวกันนั่นก็คือตลาดกลางคืนซื่อหลิน  ซึ่งตลาดแห่งนี้ก็อยู่ในเมืองไทเปเช่นเดียวกันเรียกได้ว่าตลาดแห่งนี้เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของเมืองไทเปเลยก็ว่าได้   สำหรับตลาดแห่งนี้นั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนซึ่งส่วนแรกนั้นจะเป็นโซนของตลาดเก่าดังนั้นตรงบริเวณนี้จะมีอาคารเก่าแก่นำสินค้ามาวางขาย

ซึ่งจะมีทั้งขนมและอาหารมากมายเต็มไปหมดเรียกได้ว่าแค่คนนี้คนเดียวก็มีร้านอาหารมากกว่า 500 ล้านแล้วนอกจากนี้ถ้าหากใครไปโซนตลาดใหม่จะเป็นการนำอาหารท้องถิ่นมาขายซึ่งตัวนี้จะถูกเรียกว่าเป็น Street food สไตล์ไต้หวันนั่นเอง 

        ส่วนตลาดสุดท้ายที่จะแนะนำ ไปshopping กันก็คือ ตลาดการคืน หัวซี หรือที่ชาวไต้หวันเรียกกันว่าตรอกงู   สำหรับตลาดแห่งนี้นั้นเป็นตลาดที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีค.ศ 1951   เรียกได้ว่าเป็นตลาดในยุคแรกๆของประเทศไต้หวันเลยก็ได้ซึ่งตลาดแห่งนี้อยู่ในเมืองไทเปเช่นเดียวกันและตลาดแห่งนี้นั้นจะมีของมาวางขายเหมือนกับตลาดนัดของประเทศไทยนั่นเองซึ่งตลาดแห่งนี้ถ้าหากนักท่องเที่ยวอยากจะไปช้อปปิ้งแล้วก็คุณสามารถเดินทางไปได้โดยตลาดแห่งนี้จะอยู่ใกล้กับวัดหลงซานนั่นเอง 

    และ 3 ตลาดนี้เป็นตลาดที่ค่อนข้างเก่าแก่และเป็นตลาดที่อยู่คู่กับเมืองไทเปมานานหลายสิบปีซึ่งตลาดทั้งสามแห่งที่นำมาแนะนำกันนี้รับรองได้ว่าอาหารอร่อยและเป็นตลาดที่ขึ้นชื่อมากๆที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่ไต้หวันจะต้องแวะมาช้อปปิ้งกันที่นี่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    wm เครดิตฟรี 100

0
ถนน Maximilianstrasse  ช็อปมันส์ ช็อปเพลิน กลางเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี 

             อย่างที่เรารู้กันดีว่าประเทศเยอรมนีนั้นเป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยวซึ่งในแต่ละปีนั้นจะสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวมากเป็นหลักล้านคนเลยก็ว่าได้  ช็อปมันส์ ช็อปเพลิน และเมืองสำคัญสำคัญในการท่องเที่ยวหนึ่งในนั้นก็คือเมืองมิวนิคนั่นเองซึ่งที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวจากหลายเชื้อชาติเดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองแห่งนี้กันอย่างไม่ขาดสาย

      แน่นอนว่านักท่องเที่ยวนอกจากจะ ช็อปมันส์ ช็อปเพลิน กับสถานที่ท่องเที่ยวสวยที่สวยงามแล้วล่ะก็ก่อนจะกลับประเทศของตนเองพวกเขามักจะหาสถานที่สมัครการช้อปปิ้งสินค้าเพื่อเอากลับไปเป็นของฝากหรือของที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งนั้นเธอเคยได้เดินทางมาที่ประเทศเยอรมนีและมาเที่ยวที่เมืองมิวนิคนั่นเอง

          ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ช้อปปิ้งให้กับนักท่องเที่ยวได้เข้าไปซื้อของฝากบ้านซึ่งสถานที่ที่เราจะแนะนำกันในวันนี้นั้นเป็นถนนแห่งการช้อปปิ้งอย่างแน่นอนโดยถนนนี้มีชื่อเรียกว่า ถนน Maximilianstrasse ซึ่งถนนแห่งนี้นั้นมีความยาวแค่ประมาณกิโลกว่าๆเท่านั้นแต่ถึงแม้ว่าจะยาวไม่มากสักเท่าไหร่แต่ต้องบอกได้เลยว่าร้านค้าที่นำของมาวางขายให้กับนักช็อปได้ทำการช้อปปิ้งนั้นมีแต่สินค้าที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน

          ซึ่งสำหรับถนนMaximilianstrasse เส้นนี้ เวลาที่นักช็อปได้กำลังเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งแล้วคุณจะยังได้สัมผัสถึงบรรยากาศและกินในความเก่าแก่ของเมืองมิวนิคอีกด้วยเรียกได้ว่าคุณจะรู้สึกว่าคุณกำลังช้อปปิ้งกลับบ้านเมืองที่มีบรรยากาศความเป็นยุโรปอย่างแท้จริงเลยทีเดียวเนื่องจากว่าบริเวณถนนเส้นนี้นั้นตลอดสองข้างทางนั้นจะเต็มไปด้วยอาคารและบ้านเรือนซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนถนนเส้นนี้นั้นมีการอนุรักษ์เอาไว้เพื่อต้องการให้เป็นเสน่ห์เอาไว้ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่เมืองมิวนิคแล้วอยากจะมาช้อปปิ้งสินค้าด้วยบรรยากาศแบบเดิมของประเทศเยอรมนีนั่นเอง

          อย่างไรก็ตามสำหรับสินค้าที่มีการนำมาเปิดขายให้กับนักชอบทั้งหลายนั้นก็ไม่แตกต่างจากสถานที่ช้อปปิ้งที่อื่นเราก็จะเป็นสินค้าประเภทแฮนด์เมดและสินค้าแนวศิลปะอย่างเช่นรูปวาดรวมถึงสินค้าประเภทกระเป๋ารองเท้าหรือเครื่องประดับที่เป็นพวกแบรนด์ดังๆทั้งหลายแต่ความแตกต่างตากแหล่งช้อปปิ้งแหล่งอื่นนั่นก็คือบรรยากาศของถนนMaximilianstrasse แต่งนี้นั้นจะเป็นบรรยากาศสบายๆและเราสามารถช้อปปิ้งไปเพลิดเพลินกับวิวของเมืองสวยๆไปนั่นเอง  

          สินค้าที่ถูกนำมาวางขายที่นี่นั้น เป็นสินค้าประเภทคนที่ชื่นชอบแนวแฟชั่นใหม่ๆแต่ต้องถูกใจอย่างแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทเสื้อผ้ารวมถึงรองเท้าและกระเป๋าหากมีแบรนด์ดังๆออกสินค้าใหม่จะถูกนำมาวางขายภายในถนนแห่งนี้นั่นเองซึ่งแน่นอนว่าถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศเยอรมนีและแวะมาที่เมืองมิวนิคแล้วเราก็ไม่ควรพลาดที่จะมาช้อปปิ้งที่Maximilianstrasse เพราะที่นี่นอกจากจะได้ Shopping อย่างเพลิดเพลินแล้วคุณยังได้บรรยากาศดีๆระหว่างช่วยคุณเองอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  lovebet999

0
เทศกาลป๊อกกี้เดย์  เทศกาลช็อปปิ้งขนมป็อกกี้

            หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ เทศกาลป๊อกกี้เดย์ กันมาก่อนเนื่องจากว่าเทศกาลนี้ไม่ใช่เทศกาลของประเทศไทยและเป็นเทศกาลที่ชาวเกาหลีใต้และชาวประเทศญี่ปุ่นนั้นให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่ของวัยรุ่น  โดยเทศกาลป๊อกกี้เดย์นั้นเป็นเทศกาลที่ชาวเมืองเกาหลีใต้และชาวเมืองญี่ปุ่นไม่มีการมอบความรักให้กับคนที่ตนเองรัก

           ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่น้องคนในครอบครัวญาติสนิทมิตรสหายหรือแม้แต่คนรักก็สามารถมอบของขวัญชิ้นนี้ให้ได้ทั้งหมดด้วยของขวัญที่มอบให้นั้นเป็นขนมป๊อกกี้  แต่ต้องมีเงื่อนไขด้วยว่าจะต้องเป็นขนมป๊อกกี้จำนวนทั้งหมด 4 แท่งด้วยกันถ้าหากมากกว่านั้นหรือน้อยกว่านั้นก็จะไม่ใช่การมอบในช่วงเทศกาลประเภทใดนั้นเองเรียกได้ว่าเป็นการมอบขนุนเพื่อเป็นการตอบแทนความรักของคนที่คุณรักนั้นเองสำหรับเทศกาลป๊อกกี้เดย์นั้นจะเป็นเทศกาลที่มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

             เทศกาลป๊อกกี้เดย์ โดยจะมีการจัดขึ้นในวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายนซึ่งในประเทศเกาหลีใต้นั้นจะไม่มีการใช้ขนมป๊อกกี้แต่จะใช้ขนมที่คล้ายคลึงกับขนมป๊อกกี้ด้วยขนมดังกล่าวนั้นมีชื่อเรียกว่า Pepero ลักษณะเป็นแท่งเคลือบช็อกโกแลตและเคลือบสตอเบอรี่หรือเคลือบชาเขียวเหมือนกับขนมป๊อกกี้ทุกอย่างเลยเพียงแต่ว่าชื่อนั้นคนละชื่อตันโดยขนมนี้ถูกผลิตขึ้นมาจากบริษัทนั่นเอง

            ซึ่งสำหรับประเทศเกาหลีใต้แล้วจะเรียกเทศกาลป๊อกกี้เดย์ดีว่าเทศกาล Pepero  Dayแทน   ส่วนใหญ่แล้วคนที่เข้าร่วมเทศกาลนี้ในประเทศเกาหลีใต้นั้นก็จะเป็นพวกบรรดาวัยรุ่นและเด็กๆคนหนุ่มคนสาวเขาเพราะต้องการแสดงออกถึงความรักความห่วงใยซึ่งกันและกัน 

            อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าประเทศเกาหลีใต้จะมีการเทศกาล  Pepero  day  ไปไหนสำหรับประเทศญี่ปุ่นแล้วยังคงเรียกเทศกาลนี้ว่าเทศกาลป๊อกกี้เดย์นั่นเองซึ่งจะจัดตรงกับวันเดียวกับเทศกาลPepero  day นั่นก็คือวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเรียกได้ว่าเป็นขนบธรรมเนียมที่มีการทำและปฏิบัติกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งแน่นอนว่าเทศกาลทั้งสองเทศกาลนี้สร้างรายได้ให้กับเจ้าของธุรกิจนั้นก็คือเจ้าของบริษัทลอตเต้เป็นอย่างมากเพราะว่าจะต้องมีการซื้อขนมมาให้กันในวันเทศกาล

            ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าเทศกาลนี้เป็นเทศกาลสำหรับการช็อปปิ้งขนมป๊อกกี้และขนม Pepero   เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเรียกได้ว่าเป็นขนบธรรมเนียมที่มีการทำและปฏิบัติกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณจนถึงปัจจุบันซึ่งแน่นอนว่าเทศกาลทั้งสองเทศกาลนี้สร้างรายได้ให้กับเจ้าของธุรกิจนั้นก็คือเจ้าของบริษัทลอตเต้เป็นอย่างมากเพราะว่าจะต้องมีการซื้อขนมมาให้กันในวันเทศกาลดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าเทศกาลนี้เป็นเทศกาลสำหรับการช็อปปิ้งขนมป๊อกกี้และขนม Pepero  นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  aecasino