0
โครงการเราไม่ทิ้งกันยืนยันออกมาแล้ว

โครงการเราไม่ทิ้งกันยืนยันออกมาแล้วเปิดรับให้คนยื่นขอรับเงินได้ไม่จำกัดจำนวน

       ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับโครงการเราไม่ทิ้งกันซึ่งทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ออกมาประกาศว่าจะมีการช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายของประกันสังคมสามารถรับเงินชดเชยช่วยเหลือในกรณีที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ก่อนหน้านี้ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ออกมาประกาศว่าจะมีการแจกเงิน 5,000 บาทต่อเดือนเป็นระยะเวลา 3 เดือนให้กับประชาชนโดยผู้แจกจะเป็นทางรัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโดยในครั้งแรกมีการประกาศออกมาว่าจะมีการช่วยเหลือประชาชนจำนวน 3 ล้านคนแต่ปัจจุบันนี้มีการแก้ไขเงื่อนไขใหม่เนื่องจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ามีเป็นจำนวนมากจึงมีการเปิดรับไม่จำกัดจำนวนแผนการจำกัดจำนวนและสามารถที่จะยื่นเมื่อไหร่ก็ได้แต่จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบดูแลว่าผู้ที่ยื่นขอรับเงิน 5,000 บาทต่อเดือนเป็นระยะเวลา 3 เดือนนั้นได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าจริงหรือไม่ซึ่งตอนที่กรอกแบบฟอร์มที่หน้าเว็บไซต์ www. เราไม่ทิ้งกันดอทคอมนั้น

จะต้องมีการระบุรายละเอียดให้ชัดเจนว่าคุณได้รับผลกระทบอย่างไรหากรายการที่คุณเห็นไม่ชัดเจนทางเจ้าหน้าที่ก็อาจจะไม่มีการอนุมัติให้แต่ถ้าเกิดว่าคุณมีการเขียนข้อมูลที่ชัดเจนสามารถตรวจสอบได้ก็จะได้รับเงินอนุมัติไปทันที  ทั้งนี้แต่เดิมมีการประกาศออกมาว่าจะมีการให้ลูกค้าเข้าไปทำการลงทะเบียนโครงการเราไม่ทิ้งกันในวันที่ 28 เดือนมีนาคมปีพศ 2563

โดยระบุเวลาเป็นช่วงเวลา 8:00 น. เป็นต้นไป เนื่องจากว่าในตอนนี้นั้นยังมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของเว็บไซต์ยังไม่สมบูรณ์จึงมีการเลื่อนเวลาการขอเปิดการลงทะเบียนซึ่งกำหนดเป็นวันเดิมคือวันที่ 28 เดือนมีนาคมแต่ว่าเปลี่ยนจากเวลา 8:00 น. มาเป็นเวลา 18:00 นเป็นต้นไปและจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ตลอด 24 ชั่วโมงดังนั้นประชาชนไม่จำเป็นต้องแย่งกันที่จะทำการลงทะเบียนเพราะตามเงื่อนไขแล้วทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะไม่ได้ดูว่าใครลงทะเบียนก่อนได้ก่อนแต่จะดูว่าเอกสารของใครสมบูรณ์ก่อนนะ

ถึงจะได้ก่อนดังนั้นไม่ว่าเราจะลงทะเบียนช่วงเวลาไหนเอกสารเราไม่สมบูรณ์ข้อมูลไม่ชัดเจนก็อาจจะไม่ผ่านเงื่อนไขของการรับเงินก็ได้จึงไม่จำเป็นต้องมาแย่งกันลงทะเบียนช่วงประมาณ 18:00 น.กว่ามันจะมีผลกระทบให้เว็บไซต์ล่มได้ อย่างไรก็ดีโครงการนี้เปิดให้ประชาชนที่ทำงานอาชีพอิสระหรือเป็นพวกลูกจ้างเป็นพวกกลุ่มแรงงานต่างๆที่ไม่ได้รับเงินการช่วยเหลือจากประกันสังคมและต้องได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเท่านั้น

ที่จะเข้าร่วมโครงการได้หากใครส่งเงินประกันสังคมมาตรา 33 จะไม่สามารถเข้ามาขอรับสิทธิ์ผ่านทางโครงการเราไม่ทิ้งกันได้เพราะว่ามันจะเป็นการรับเงินซ้ำซ้อนกับประกันสังคมดังนั้นจึงมีการแยกกันอย่างชัดเจนแต่ถ้าหากใครที่ส่งประกันสังคมมาตรา 39 หรืออาจจะส่งในมาตรา 40 3 นาทีจะขอใช้สิทธิ์ของโครงการนี้ได้ 

0
ช่วงโควิด-19 ระบาด แม่ค้าไข่โกงชาวบ้านด้วยการเอาไข่ตรงกลางแผงออก

 ช่วงนี้เป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ซึ่งส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนข้างๆด้านเศรษฐกิจ  และสังคม  รวมถึงธุรกิจและการดำเนินชีวิต  หลายคนไม่มีรายได้เพื่อจะมาหาซื้อของเพื่อนำมาจุนเจือคนในครอบครัวในสถานการณ์ที่ต้องช่วยเหลือกันแบบนี้กลับยังมีพ่อค้าแม่ค้าบางคนซ้ำเติมความโชคร้ายของคนไทยด้วยกันด้วยการคิดค้นกลโกงแล้วช่วยหาผลประโยชน์จากคนไทยด้วยกันในช่วงที่ทุกคนกำลังเจอวิกฤตรอบด้านอยู่ในขณะนี้

โดนโกงที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้เป็นคนอื่นๆที่แม่ค้าขายไก่ทำกับลูกค้าในจังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งต่อไปอาจจะแพร่ระบาดขยายวงกว้างลุกลามเหมือนกับเชื้อไวรัสโควิด-19ก็ได้สำหรับ กลโกงนี้ได้รับการบอกเล่าเรื่องราวจากผู้ใช้ Facebook รายนึงซึ่งได้ออกมาตีแผ่นิสัยพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นแก่ตัวในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทางผู้ลง Facebook ได้มีการระบุเอาไว้ว่าตนเองต้องการซื้อไข่จำนวนหลายแผงเนื่องจากต้องการนำไปบริจาคให้กับเด็กกำพร้า

โดยมีการสั่งไข่ไก่ทั้งหมด 6 แผงด้วยกันซึ่งในตอนที่เธอซื้อนั้นแม่ค้าก็การมัดแผงไข่ไก่ให้เธอทั้งหมด 6 แผงรวมกันเป็นอย่างดีและเธอไม่ได้สนใจว่าเธอจะได้ไข่ไก่ไม่ครบตามที่สั่งซื้อแต่เธอกลับมาถึงบ้านเพื่อเตรียมจะทำของไปให้กับเด็กกำพร้าพบว่าไข่ไก่ที่ซื้อมานั้นมีเพียง 2 แผงด้านบนเท่านั้นที่มีไข่เต็มแผงส่วนอีก 4 แผงข้างล่างนั้น

จะมีไข่แค่เฉพาะด้านนอกรอบๆแผงไข่ส่วนตรงกลาง 2 แผงไข่นั้นไม่มีใครอยู่เลยซึ่งถือว่านี่เป็นคนโกงรูปแบบไหนของพ่อค้าแม่ค้าขายไข่ไก่ที่ประชาชนทุกคนควรจะระวังอะไรที่มักจะซื้อไข่ไก่จำนวนหลายแผงทีเดียวพร้อมกันควรจะต้องมีการตรวจสอบก่อนที่จะมีการยื่นเงินจ่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อป้องกันการสอดไส้ 

         ในสภาวะที่คนไทยทุกคนอยู่ในช่วงยามยากเช่นนี้แทนที่จะร่วมมือร่วมใจกันเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้กลับมีคนนิสัยเลวบางกลุ่มที่หาผลประโยชน์จากคนอื่นในช่วงที่ทุกคนกำลังเจอกับวิกฤตปัจจุบันการหาเงินมาจุนเจือครอบครัวและการหาเงินมาซื้ออาหารเพื่อบริโภคไปวันๆละครอบครัวก็หายากอยู่แล้วเพราะส่วนใหญ่ไม่ได้มีงานทำเนื่องจากรัฐบาลประกาศให้ปิดโรงงานปิดสถานบริการ

 

ดังนั้นเงินที่ทุกคนนำมาใช้จ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนต่างจังหวัดคือเงินที่เก็บหอมรอมริบมาเกือบทั้งชีวิตแต่ยังต้องถูกคนที่เห็นแก่ตัวจ้องจะหาแต่ผลกำไรใส่ตัวเองมาเอารัดเอาเปรียบในยามที่ทุกคนกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่แบบนี้ดังนั้นทางที่ดีที่สุดการจะสั่งซื้อสินค้าอะไรก็ควรจะมีการตรวจสอบให้รอบคอบก่อนที่จะมีการชำระเงินเป็นการป้องกันคนเลวเหล่านี้โกง 

0
เศรษฐกิจกำพัง งานแฟร์ปั่นป่วน

พิษไวรัสโควิด19 ป่วนเศรษฐกิจโลก งานแฟร์ปั่นป่วนทยอยยกเลิก และเลื่อนกันอย่างมากมาย สมาคมการแสดงสินค้าค้าโลกครึ่งปีแรกเงินกว่า สี่ล้านล้านบาท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทย ที่ตัวเลขการส่งออกวูบตาม เก้าหมื่นล้าน ซึ่งไวรัสโคโรน่าหรือไวรัสโควิด 19 นี้ยังคงลุกลามส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน

การท่องเที่ยวและการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วโลก และยังไม่มีใครรับประกันได้ว่า สถานการณ์นี้จะคลี่คลายหรือจบลงเมื่อไหร่ ซึ่งทำให้งานแสดงสินค้าต่าง ทั่วโลกไม่กล้าเสี่ยงที่จะจัดงาน จึงทำให้ทุกคนต้องยกเลิกและเลื่อนไปแบบไม่มีกำหนดก่อน ซึ่งจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ ทำให้มีผลต่อการผลิตของโลกสูญเสียรายได้วูบไปกว่า สี่ล้านล้านบาท เลยทีเดียว

และไม่เฉพาะเกี่ยวกับงานแสดงสินค้าเท่านั้นที่ต้องเลื่อน แต่ขณะนี้ผลกระทบจากไวรัสโควิด19 ทำให้ประเทศต่างๆ มีมาตรการคุมเข้มทั่วโลกเกี่ยวกับการตรวจสินค้าเข้าประเทศมากขึ้น จึงทำให้การส่งออกชะลอเลื่อนออกไปอีก โดยการค้าไทยได้ออกมาแนะผู้ประกอบการ สามเรื่องด่วน สำหรับการส่งออกนั้น คือ 

1.ตลาดจีนกำลังกลับมา ผู้สี่งออกต้องเร่งติดต่อผู้นำเข้าจีน ซึ่งจะทำให้ตัวเลขส่งออกค่อยๆขยับขึ้น แต่อาจจะไม่เร็วอย่างที่คิด 

2.สำหรับตลาดอื่นๆ ให้ติดต่อห้างสรรพสินค้าทั่วโลก โดยเสนอให้ราคาพิเศษ 

3.สร้างความเชื่อมั่นว่าสินค้าไทยมีความปลอดภัยจากไวรัสโควิด19

ทั้งนี้ยังแนะนำให้ผู้ประกอบการหันมาค้าออนไลน์กันมากขึ้นเป็นหลัก ในการขยายตลาดส่งออก เพราะจากสถานการณ์ล่าสุดการจัดงานแฟร์ที่ใหญ่สุดของประเทศไทย ก็ถูกเลื่อนออกไปสองงานคืองาน TAPA2000 กับงานไทยเฟล๊กซ์ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการเอกชนมีปัญหากันเป็นอย่างมาก และจากข้อมูลกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2563

มีงานแสดงสินค้าในต่างประเทศที่ผู้ประกอบการของไทยจะเข้าร่วม 163 งาน ล่าสุดแจ้งเลื่อนการจัดออกไปอย่างเป็นทางการแบบไม่มีกำหนดแล้ว 74 งาน และประกาศยกเลิกแล้ว 11 งาน ดังนั้นการที่จะมีสินค้าเปิดตัวใหม่ของประเทศไทยในปีนี้ จึงทำให้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างยาก และยิ่งครึ่งปีแรกมีการเลื่อนออกไปนั้น ต่อให้มีการจัดงานในครึ่งปีหลัง

ก็อาจจะทำให้ผู้ประกอบการบางรายไม่สามารถออกงานแสดงได้ เนื่องด้วยข้อจำกัดของสถานที่ที่มีไม่เพียงพอ รองรับผู้ประกอบการทั้งหมดให้ออกมาร่วมงานแสดงสินค้า ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาตอนนี้ก็คือ ทางผู้ประกอบการคงต้องเน้นการทำตลาดแบบอีคอมเมิชร์ หรือการค้าแบบออนไลน์กันมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะวิกฤตินี้ และประคองตัวและเศรษฐกิจกันให้รอดไปก่อนที่จะช้าเกินไป